พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท (27)

Share

Copied
  • ข้อมูล
สรรเพชญปราสาทเป็นพระที่นั่งโบราณสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยหนีจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมขอมและไทยเหนือ ดังนั้นพระที่นั่งองค์นี้ จึงเป็นที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ฐานเสาลวดลายประดับ ซุ้มพระทวาร พระบัญชร หลังคา และเครื่องยอด

พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีและรับแขกเมืองของกษัตริย์ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. ๒๒๗๕ – ๒๓๐๑) ได้มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ต่อมาเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ ถูกพม่าเอาไฟเผาทิ้งทั้งองค์เหลือแต่ซากฐาน

เมืองโบราณได้สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทขึ้น โดยค้นคว้าจากหลักฐานดั้งเดิมที่เหลือ ทั้งของไทยและต่างชาติมากำหนดเป็นผังขึ้น และหาหลักฐานจากภาพเขียนไม้สลัก และโบราณวัตถุสมัยอยุธยาที่มีทรวดทรงคล้ายคลึงกันเป็นจุดเริ่มต้น ประกอบกับหลักฐานจากเอกสาร เช่น จดหมายเหตุ ตำนานพระราชพงศาวดาร เป็นต้น เมื่อสอบค้นลักษณะภายในของพระมหาปราสาท พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างโดยเชื่อมั่นว่าใกล้เคียงกับความจริงแล้วจึงเริ่มหาลายประดับต่าง ๆ สมัยอยุธยาที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของปราสาทในขั้นต่อไป ได้แก่

การประดับตกแต่งภายนอก
แผนผัง ขององค์มหาปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มุขหน้า – หลัง ยาว ทำเป็นสีหบัญชร มุขหน้าสำหรับฝ่ายหน้า มุขหลังสำหรับฝ่ายใน มุขซ้าย – ขวา สั้น พระที่นั่งเป็นฐานโค้งตกท้องช้างเป็นฐานปัทม์ (บัว)
โครงสร้างเครื่องยอดหลังคา ได้รูปแบบโดยรวมมาจากเครื่องยอดหลังคาของสังเค็ดไม้ในวิหารวัดพระพุทธชินราช พิษณุโลก
หลังคาดีบุก ได้แบบจากหลังคาพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง และเครื่องหลังคาส่วนนอกนับแต่ นภศูล ปลียอด ปราสาทเหมสามชั้น กลุ่มลูกแก้ว เชิงกลอนซ้อนเจ็ดชั้น บันแถลง นาคปรก บราลี อกไก่ ใบระกา นาคสะดุ้ง ดอกจอก ล้วนหุ้มด้วยดีบุกทั้งสิ้น
ช่อฟ้า และใบระกา ได้แบบมาจากวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ
ทวย ได้แบบมาจากวัดศาลาปูน อยุธยา
ซุ้มปูนปั้นบนหน้าบันปราสาท ได้แบบมาจากวัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี
บานประตูหน้าต่าง ประดับมุขไฟแบบมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี
ซุ้มประตูหน้าต่าง บันแถลง และองค์มณฑป ได้แบบมาจากวัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี และวิหารหลวง วัดมหาธาตุ นครศรีธรรมราช
ลายปูนปั้นประดับปรางค์วัดจุฬามณี พิษณุโลก ซึ่งเป็นศิลปะสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
ลายปูนปั้นประดับฐานปราสาทได้แบบมาจากวัดสระบัว เพชรบุรี
สิงห์ ที่ประกับหน้าบันไดทางเข้า ถอดแบบมาจากวัดธรรมิกราช อยุธยา

การประดับตกแต่งภายใน
ผนังภายใน เป็นลายปูนปั้นลงรักผิดทองประดับกระจก ได้แบบมาจากวัดนางพญา เมืองศรีสัชนาลัย มีเสาสี่ต้นลงรักปิดทองประดับกระจกเช่นเดียวกัน
เพดาน ปราสาทได้แบบอย่างจากไม้สลัก ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุโขทัย
ดาวประดับเพดาน ได้แบบอย่างมาจากวัดมหาธาตุเชลียง สุโขทัย และวัดหน้าพระเมรุ อยุธยา
พระที่นั่งองค์กลางมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องนารายณ์สิบปาง ตามที่ปรากฏหลักฐานจากหนังสือ หอวัง ซึ่งเป็นเอกสารสมัยอยุธยาได้ระบุไว้ และ ณ ที่นี้เคยใช้เป็นที่ตั้งพระแท่นบรรยงก์ สามชั้นหุ้มทองคำ ประดับพลอยนวรัตน์ (แต่พม่าขนไปอังวะเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๓๑๐)

ความสำคัญของพระที่นั่งองค์นี้เคยใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือรับราชทูตสำคัญ ๆ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เช่น ครั้งราชทูตเชอร์วาเลีย เดอโชมองด์ เชิญพระราชสาสน์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส และลาลูแบร์เชิญเข้ามาอีกเป็นคำรบสอง นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดเกล้าฯ ให้จำลองแบบมาสร้างเป็นพระที่นั่งอินทราภิเษกแต่ต้องอสุนีบาตเกิดเพลิงไหม้ จึงได้สร้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทขึ้นแทน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันทรงใช้พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ณ เมืองโบราณ รับรองสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ ๒ และพระราชสวามี เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ซึ่งในวันนี้ได้ถือเป็นสิริมงคลและเสมือนเป็นวันเปิดเมืองโบราณต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการด้วย

สถานที่ตั้งพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท (27)

แสดงความคิดเห็น